วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561

Final

เทคนิคการสอบ



1. ปิด ทีวี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต mp3 มีสติอยู่กับหนังสือ 
2. นั่งสมาธิสัก 5 นาที 
3. อ่านหนึ่งรอบ แล้วสรุป โดยไม่เปิดหนังสือ 
4. เช็คคำตอบ 
5. อ่านอีกหนึ่งรอบ 
6. สรุปใหม่ เปิดหนังสือได้เอาไว้อ่าน 
7. ถ้าทำเป็น Mind Mapping จะอ่านง่ายขึ้น 
8. มีเอกสารอะไรที่ครูแจก อย่าคิดว่าไม่สำคัญ 
9. ท่องในส่วนที่ครูพูดย้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 2 ครั้ง/คาบ 
10. ก่อนวันสอบ ห้ามหักโหมอ่านหนังสือถึงเที่ยงคืน เพราะสมองจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น


เส้นทางการประกอบอาชีพ

วิศวกร



เกี่ยวข้องกับการออกแบบ จัดสร่ง และกระบวนการในโรงงานอุตสาหกรรมเคมีต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมน้ำมัน ปิโตรเคมี พลาสติก ยาง กระดาษ แก้ว เซรามิกส์ ปูนซิเมนต์ เส้นใย เครื่องอุปโภค บริโภค และสารเคมีพื้นฐาน เช่น กรด ด่าง แก๊ส สารละลาย เป็นต้น โดยศึกษาหลักการของกระบวนการผลิตต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนผสม สถานะ ภาวะ และลักษณะสมบัติของวัตถุดิบไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามต้องการอย่างปลอดภัย และประหยัด โดยเน้นการออกแบบอุปกรณ์ และโรงงาน กระบวนการอุตสาหกรรมเคมี การควบคุมปฏิกรณ์เคมีและกระบวนการ การคำนวณดุลมวล และพลังงาน ตลอดจนเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม 

1. ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจการค้า  โดยที่โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกือบทุกประเภทต้องมีวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์คอยตรวจสอบและซ่อมบำรุง นอกจากนี้ยังสามารถประกอบอาชีพในธุรกิจที่ออกแบบและสร้างวงจรได้อย่างกว้างขว้าง  อาทิเช่น บริษัทซีเกท  บริษัทเบนซ์มาร์ค บริษัทโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างๆ (AIS, DTAC, TRUE) บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัดเป็นต้น
2. ภาคราชการ ได้แก่ การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาของรัฐต่างๆ ตลอดจนเป็นวิศวกรประจำกองงานในสังกัดกระทรวงต่างๆ อาทิ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กรมการช่างอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิศวกรรมและเทคโนโลยีโทรคมนาคม คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นต้น
3. ภาคงานวิจัย ซึ่งเป็นนักวิจัยให้กับหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ เพื่อสร้างและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นต้น
แหล่งข้อมูล : 
1.http://eng.sut.ac.th/elec/2016/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87/
2.https://www.dek-d.com/board/view/1610287/
3.https://www.dek-d.com/board/view/1695430/

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

international food

international food

1.สหราชอาณาจักร (United Kingdom) : Fish & Chip



      เมนูแรกเป็นอาหารประจำชาติของประเทศอังกฤษ “ฟิชแอนด์ชิปส์ (Fish & Chip)” เมนูยอดนิยมจากเมืองผู้ดี ที่รับประทานกันมาตั้งแต่ยุคหลังศตวรรษที่ 19 ประกอบด้วย “Fish” คือ ปลาชุปเกร็ดขนมปังทอด เนื้อปลาที่นำมาทำสามารถใช้ปลาได้หลายชนิดและต้องเป็นเนื้อปลาชิ้นโต ๆ ชิ้นเดียว นำกางออกให้เรียบร้อย ต้นตำรับดั้งเดิมจะเป็นปลาคอด (Cod) และ “Chips” หรือ มันฝรั่งทอด เหมือนกับเฟร้นช์ฟรายส์ แต่หนากว่า คนอังกฤษจะเรียกว่า “ชิพ” ไม่เรียก “เฟร้นช์ฟรายส์” แบบคนอเมริกัน เสิรฟ์พร้อมทาทาร์ซอส นอกจากจะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานคู่กับประเทศอังกฤษแล้วฟิชแอนด์ชิปส์ ยังเป็นเมนูที่หาทานง่ายที่สุดในประเทศอีกด้วย

ส่วนประกอบ

1. เนื้อปลากะพงแล่ เอาหนังออก 300 กรัม
2. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย
3. เกลือ 1/2 ช้อนชา
4. พริกไทย 1/4 ช้อนชา
5. เบียร์ 3/4 ถ้วย
6. น้ำมันปาล์ม สำหรับทอด
7. มันฝรั่งทอด แบบ ถุงสำเร็จ ตามชอบ
8. ทาร์ทาร์ซอส ตามชอบ

อุปกรณ์ที่ใช้

กระทะ

วิธีทำฟิชแอนด์ชิพ - ปลาชุบแป้งทอดมันฝรั่งทอด Fish & Chips (อาหารชุดคาเฟ่ - Cafe Series)

1. นำเนื้อปลาหั่น เป็นชิ้น คลุกเกลือครึ่งนึง พักไว้
2. ทำแป้งชุปทอด โดย การผสมแป้ง กับ เกลือ พริกไทย ตามด้วยเบียร์ คนพอเข้ากัน
3. นำปลามาชุปแป้งชุป
4. นำทอดในน้ำมันไฟกลาง พอสุกเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน พักไว้
5. จัดเสริฟปลาทอด คู่กับทาร์ทาร์ซอส และ โปเตโต้ชิพ




แหล่งที่มาข้อมูลอาหาร : http://iecabroad.co.th/food-international/
ส่วนผสมและวิธีทำ        :http://www.foodtravel.tv/recipe.aspx?viewid=1574
Youtube                        :https://www.youtube.com/watch?v=QLvxj9EaGcI




2. สหรัฐอเมริกา (United State) : Cheeseburger






    หากพูดถึงอาหารยอดนิยมของชาวอเมริกัน ก็คงจะหนีไม่พ้น “ชีสเบอร์เกอร์” อาหารสุดคลาสสิคในแบบอเมริกันสไตล์ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นอาหาร Junk Food ก็ตามแต่แฮมเบอร์เกอร์ก็ยังคงเป็นอาหารยอดฮิตในอเมริกา เพราะราคาถูก พกพาง่าย ที่สำคัญหาได้ทั่วไปไม่ว่าจะอยู่เมืองไหน จนกลายเป็นอาหารประจำชาติของอเมริกาไปโดยปริยาย นอกจากแฮมเบอร์เกอร์ตามร้าน Fast Food ทั่วไปแล้วในอเมริกา ยังมีร้านเบอร์เกอร์ที่เปิดขายตามร้านอาหาร จัดเป็นอาหารชั้นเลิศและมีราคาที่ค่อนข้างสูง จนมีการจัดอันดับ The Best Burgers in America กันเลยทีเดียว

ส่วนประกอบ

1. Burger bun  1 ชิ้น
2. มะเขือเทศสไลท์ 2-3 สไลท์
3. ชีสสไลท์ 1 แผ่น
4. มัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ
5. เนื้อวัวติดมันบด 120 กรัม
6. Rose mary 1 ก้าน
7. เนยจืด
8. ผักสลัด

อุปกรณ์ที่ใช้

ชามผสม กระทะย่าง

วิธีทำเบอร์เกอร์เนื้อ Beef Burger

1. เตรียมเนื้อเบอร์เกอร์ ปรุงเนื้อบดด้วย เกลือ พริกไทย และโรสแมรี่สับ ปั้น ตบให้เป็นก้อนกลมแบน พักไว้ 10 นาที ในตู้เย็น
2. ทาเนยบนขนมปัง จากนั้นเอาเข้าอบที่ 190 องศา ประมาณ 10 นาที
3. นำเนื้อที่พักไว้ มาทอดด้วยน้ำมันพืชบนกะทะร้อนจัด ด้านละประมาณ 3 นาที จากนั้นพักไว้สัก 1 นาที
4. นำทั้งหมดมาประกอบด้วยกัน ผักสลัด เนื้อ มะเขือเทศ ชีส ทาขนมปังด้านบนด้วยมัสตาร์ด ก็เป็นอันพร้อมเสิร์ฟครับ




แหล่งที่มาข้อมูลอาหาร : http://iecabroad.co.th/food-international/
ส่วนผสมและวิธีทำ        : http://www.foodtravel.tv/recipe.aspx?viewid=777
Youtube                        : https://www.youtube.com/watch?v=rXI5mPeE6fw



3. ฝรั่งเศษ (french) : Steak


สเต๊ก เป็นอาหารฝรั่ง ความจริงน่าจะพูดให้เต็มว่า "อาหารฝรั่งเศส" เพราะฝรั่งเศสเป็นชาติแรกที่มีที่ตำรับตำราทำอาหารออกมาให้ผู้คนได้รู้กัน
 และดูเหมือนคนแรกที่เขียนตำราทำอาหารฝรั่งเศสคือ นายออกุส เอสคอฟฟีเยร์ (Auguste Escoffier) นายคนนี้เป็นพ่อครัวชาวฝรั่งเศส 
หรือเชฟที่ขึ้นชื่อลือชามาก ถึงกับได้ชื่อว่าเป็น "บิดาแห่งการครัว" หรือ คิง ออฟ เชฟ และ เชฟ ออฟ คิง (King of Chef & Chef of King) 
ที่เขาได้ชื่อยังงี้ก็เพราะเป็นคนทำอาหารถวายพระเจ้าวิลเลียมที่ 2 สมัยสงครามระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนี และแถมยังทำอาหารเลี้ยงเชลยศึก
อย่างอร่อยเหาะอีกด้วย จนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากพระองค์ และยกย่องให้เขาเป็น "Emperor of the Culinary Art" ซึ่งก็หมายถึงว่า 
เป็นผู้มีความรู้ในศิลปะการทำอาหารชั้นยอดเยี่ยม แล้วนายเอสคอฟฟิเยร์ก็เป็นผู้เขียนตำราอาหารฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตำรับของอาหารฝรั่งที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน
เป็นจำนวนมาก 

ส่วนประกอบ 

วิธีทำ
  1. หมักเครื่องเทศและซอสปรุงรสต่างๆ กับเนื้อสัตว์ดิบ เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที เพื่อให้เข้าเนื้อ
  2. ตั้งกระทะก้นแบน เทน้ำมันเล็กน้อย ตามด้วยเนยเพื่อให้กลิ่นหอม
  3. ทอดบนกระทะ ไฟกลาง สักครู่แล้วพลิกกลับเพื่อให้เนื้อสุกทั้งสองด้านตามระดับความสุก
  4. ตักออกใส่จาน
  5. กระทะที่เปื้อนอยู่ ใส่เนย นม หรือสลัดครีมแล้วผัดเพิ่ม ถ้าต้องการน้ำราด
ผักต้มอบเนยข้างจาน เช่น ถั่วแขก แครอท ข้าวโพดอ่อน เห็ด
  1. หั่นผักให้เป็นแท่งแล้วนำไปต้มในน้ำเดือดสักพัก พอดูว่าผักสุกแล้ว หรือใช้ไมโครเวฟต้มผักในชามซึ่งมีน้ำร้อนอยู่เต็มก็ได้ ไม่เกิน 10 นาที
  2. นำผักนั้นผึ่งให้แห้ง
  3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันและเนยเล็กน้อย
  4. นำผักลงไปผัด คลุกๆ ไม่ต้องนานมากเพราะผักสุกอยู่แล้ว



แหล่งที่มาข้อมูลอาหาร : https://sites.google.com/site/steakphanakornrajabhat/prawati-khxng-stek
ส่วนผสมและวิธีทำ        : https://sites.google.com/site/steakphanakornrajabhat/prawati-khxng-stek
Youtube                        :https://www.youtube.com/watch?v=cj8oB90PdXM




วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

กระบวนการออกแบบเชิววิศวกรรม

1.ขั้นระบุปัญหา     

     ปัจจุบันผู้พิการทางขาในประเทศมีจำนวนมากทั้งจากทหารตำรวจที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่รวมถึงผู้พิการทั่วไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ขาเทียมในการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันแต่ขาเทียมนั้นมีราคาสูงมาก จึงได้คิดค้นขาเทียมจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต

2.ขั้นรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา

   งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบขาเทียม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้พิการ ในด้านความแข็งแรง ทนทานและความปลอดภัยระหว่างการใช้งาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หาความต้องการขาเทียม เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการออกแบบขาเทียม ให้มีลักษณะการใช้งานตรงตามความต้องการของผู้พิการ ช่วยเสริมสร้างสุขอนามัย รวมถึงเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้พิการ ซึ่งได้น าเทคนิคการกระจายหน้าที่เชิงคุณภาพ
แหล่งที่มา : http://www.dms.eng.su.ac.th/filebox/FileData/QMS008.pdf

3.ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา

     สร้างแบบจำลองขาเทียมจากวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ทั่วไป



4.ขั้นวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา


   1.ออกแบบนวัตกรรมที่จะทำ
   2.จัดหาอุปกรณ์
   3.วัดขนาดและตัดกระดาษลัง
   4.ประกอบเป็นรูปร่าง
   5.ทาสี ตกแต่งเก็บลายละเอียด



5.ขั้นทดสอบ


6.ขั้นนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ประวัติรัชกาลทีี่10

พระนามรัชกาลที่10
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์
วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ  สยามมกุฎราชกุมาร 



ประวัติรัชกาลที่10
         พระนามเดิมของพระองค์ เดิมว่า สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร ซึ่งเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เมื่อเวลา ๑๗ นาฬิกา ๔๕ นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

การศึกษา
         สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงได้รับการศึกษาระดับอนุบาลศึกษาที่พระที่นั่งอุดร พระราชวังดุสิต และทรงเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนจิตรลดา ระหว่างพุทธศักราช ๒๔๙๙ –๒๕๐๕ ที่ประเทศอังกฤษระหว่างพุทธศักราช ๒๕๐๙ – ๒๕๑๓
หลังจากนั้นได้ทรงศึกษาระดับเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ นครซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย แล้วเข้ารับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ทรงได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต (การศึกษาด้านทหาร) คณะการศึกษาด้านทหาร จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลล์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙
ในหลวงรัชกาลที่10, สมเด็จพระบรมฯ
นอกจากนี้ ยังทรงศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกหลักสูตรประจำชุดที่ ๕-๖ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๑ และทรงได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ครั้นถึง พ.ศ.๒๕๓๓ ทรงได้รับการศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรแห่งสหราชอาณาจักรด้วย


เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ปวงชนชาวไทยต่างมีความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร มีพระนามาภิไธย ตามจารึกพระสุพรรณบัฏว่า
“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิติยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธ สยามมกุฎราชกุมาร”
ในมงคลวาระนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณในการพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งแสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งมั่นจะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาชนชาวไทย เป็นที่ซาบซึ้งประทับใจพสกนิกรอย่างยิ่ง
พระราชกรณียกิจ

ด้านการทหาร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมที่ตั้งกองทหารหน่วยต่าง ๆ อยู่เสมอ จากการที่ได้ทรงศึกษาด้านวิชาทหารมานาน ทรงมีความรู้เชี่ยวชาญอย่างมากและได้พระราชทานความรู้เหล่านั้นให้แก่ทหาร 3 เหล่าทัพ ทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างแก่นายทหารเอาพระทัยใส่ในความเป็นอยู่ทุกข์สุขของทหารผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างทั่วถึง รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรของทหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความเทิดทูนและความจงรักภักดีแก่เหล่าทหารเป็นอย่างยิ่ง

ด้านการศึกษา

พระองค์พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้อาคารของกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลชิ่อว่า โรงเรียนอนุบาลทหารมหาดเล็กราชวัลลภ โดยในระยะแรกได้จัดการเรียนการสอนเฉพาะชั้นอนุบาล ต่อมา โรงเรียนได้ย้ายไปที่จังหวัดนนทบุรี และได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่า 

โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์

ด้านการเกษตร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวาและวัชพืชอื่น ๆ เป็นปฐมฤกษ์ เพื่อพระราชทานแก่เกษตรกร สำหรับนำไปใช้ในการเพาะปลูกเป็นการเพิ่มผลผลิต ที่บ้านแหลมสะแก ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2528
                                        บทเพลงสดุดีจอมราชา




ความคิดเห็น : เราควรรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  รักสถาบันพระมหากษัตริย์
                     เราจะต้องปกป้องประเทศชาติของเราเพื่อประชาชนและ พระมหากษัตริย์
Credit Video : https://www.youtube.com/watch?v=nmTWXUoUcxo 

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แนวโน้มในอนาคตเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกษาหรือการเรียนการสอน



แนวโน้มในอนาคตเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศกับการศึกษาหรือการเรียนการสอน แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
แนวโน้มใน ด้านบวก
    การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ช่องทางการดำเนินธุรกิจ เช่น การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ดูหนัง ฟังเพลงและเกมส์ออนไลน์
    การพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถฟังและตอบเป็นภาษา พูดได้ อ่านตัวอักษรหรือลายมือเขียนได้ การแสดงผลของคอมพิวเตอร์ได้เสมือนจริง เป็นแบบสามมิติ และการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส เสมือนว่าได้อยู่ในที่นั้นจริง
  การพัฒนาระบบสารสนเทศ ฐานข้อมูล ฐานความรู้ เพื่อพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญและการจัดการความรู้
   การศึกษาตามอัธยาศัยด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) การค้นคว้าหาความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากห้องสมุดเสมือน (virtual library)
  การพัฒนาเครือข่ายโทร คมนาคม ระบบการสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สาย เครือข่ายดาวเทียม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ
 การบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายการสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดำเนินการของภาครัฐที่เรียกว่า รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government)
แนวโน้มใน ด้านลบ
 -ความผิดพลาดในการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์ ทั้งส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ที่เกิดขึ้นจากการออกแบบและพัฒนา ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบและสูญเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหา
 -การละเมิดลิขสิทธิ์ของทรัพย์สินทางปัญญา การทำสำเนาและลอกเลียนแบบ
   การก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ การโจรกรรมข้อมูล การล่วงละเมิด การก่อกวนระบบคอมพิวเตอร์
ความคิดเห็นของตัวเอง
  แนวโน้มในอนาคตเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกษาหรือการเรียนการสอน
มีความสำคัญกับคนในสมัยนี้ และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนในสมัยนี้ เพื่อในเกิดความสะดวกสบาย เราควรใช้อย่างถูก เพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้ และสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งในการประกอบอาชีพ เราควรใช้ให้ถูกต้อง


วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

Resume






My name is : Sivakron Satchayon Class M.4/2 No.9
My nickname : Stang
Birthday : Thursday,18th July 2002
Birthday's Place : Paknampo hospital , Nakhonsawan
Blood's group : A
Education'S Back ground : Studying A ST.Joseph Nakhonsawan
E-mail : Stangraiji@gmail.com
Characteristic : Friendly
Favourite Subject : Chmecal
Hobbies : Play games Overwatch and GTA online
Favourable Food : Rice topped with stir-fried pork and basil
Favourable colours : black white gray green blue pink
Favourable sport : Basketball








Final

เทคนิคการสอบ 1. ปิด ทีวี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต mp3 มีสติอยู่กับหนังสือ  2. นั่งสมาธิสัก 5 นาที  3. อ่านหนึ่งรอบ แล้วสรุป โดยไม่เปิด...